ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
"กลโกง มิจฉาชีพ""สืบนครบาล และ สืบ111"

จับกุมตัว นายอนุศักดิ์หรือบิว เจ้าของบัญชีธนาคารจำนวนมากที่ถูกใช้สำหรับการรับโอนเงินจากผู้เสียหายโดยการหลอกโอนเงินหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ลงทุน ชักชวนหารายได้เสริม เพจลงทุนปลอม รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนสร้างความเสียหายกว่าสิบล้านบาท ทั้งนี้นายบิวอ้างว่า เปิดบัญชีให้เพื่อนเพื่อใช้เล่นพนันออนไลน์รับโบนัสเพิ่ม ไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด” ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยผู้เสียหายได้ร้องเรียนมายังเพจสืบนครบาล IDMB ให้ช่วยจับกุมนาย อนุศักดิ์ มาเพชร ซึ่งเป็นตัวการในการฉ้อโกง

  จากการตรวจสอบประวัติในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ปัจจุบัน นายอนุศักดิ์ มาเพชร มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 7 หมายจับ ได้แก่ 

1) หมายจับที่ 336/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2566 

ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกประชาชน,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

2) หมายจับที่ 271/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 8 พ.ค. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

3) หมายจับที่ 375/2566 ของศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 5 เม.ย. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง

4) หมายจับที่ 124/2566 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 20 มี.ค. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

5) หมายจับที่ 304/2565 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่ 1 พ.ย. 2565

ข้อหา ตัวการในข้อหาฉ้อโกง,ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

6) หมายจับที่ 430/2565 ของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงวันที่ 7 ต.ค. 2565

ข้อหา ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

7) หมายจับที่ 176/2565 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ข้อหา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ”

 "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับนักเรียนสืบสวนหลักสูตรการคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9 ที่เพิ่งเข้ามาฝึกงานภาคปฏิบัติ พร้อมด้วยครูพี่เลี้ยง กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง  ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 15.00 น.  "พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง" ผบช.น., "พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์" รอง ผบช.น. , "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. "พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง" รอง ผบก.สส.บช.น.,  " พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล" ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง พ.ต.ท. พิทักษ์ ศรีกระแจะ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 และ 3 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอนุศักดิ์ มาเพชร อายุ 35 ปี (ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ 25/244 ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 375/2566 ลงวันที่ 5 เมษายน 2566 

ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”  โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าที่ห้องพักเลขที่ 25/249 อาคารห้องชุดบ้านสวนบางเขน แขวง อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พฤติการ์ณคดีการกระทำความผิด ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมในคดี 7 หมายในครั้งนี้ นายอดิศักดิ์หรือนายบิว ได้เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2565 จำนวน 3 หมายจับ ที่ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 90,000 บาท, สภ.ลำพูน มูลค่าความเสียหาย 80,000 บาท และ สน.คันนายาว มูลค่าความเสียหาย 1,400,000 บาท ซึ่งนายบิวได้ขอประกันตัวในชั้นศาลในเวลาต่อมา จนต่อมา นายอดิศักดิ์ ได้ถูกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญาอีก 7 หมาย โดยมีพฤติการณ์ในคดีที่คล้ายคลึงกับที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2565 ซึ่งบัญชีธนาคารของนายอดิศักดิ์ นั้นได้ถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ เพจลงทุนปลอม ชักชวนให้หารายได้เสริม ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อถูกจับกุม นายอนุศักดิ์ มาเพชร  ผู้ต้องหา ให้การว่าในช่วงต้นปี 65 ได้ทำการเปิดบัญชีในหลายธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกร, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี และธนาคารออมสิน โดยจะเปิดบัญชีในแต่ละธนาคารละ 4 ถึง 5 บัญชี ผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ เมื่อเปิดแล้วจึงส่งมอบบัญชีให้ นายสมศักดิ์ สาโรจน์ ทั้งหมด โดยไม่ทราบว่านายสมศักดิ์ฯ มีความประสงค์ที่จะเอาไปจำหน่ายหรือนำไปกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องนำส่ง พงส. สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน "พล.ต.ต.ธีรเดช" กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภเห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล  ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร.


ทีมข่าว อาชญากรรม    ต้อม สิงห์๑ รายงาน ข่าว 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปิดเกม แก๊งลาวสะหวันนะเขต อาละวาด กทม สมุทรปราการ ขโมยเวฟ 110 ข้ามแดนผ่านมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ สนธิกำลังร่วมหลายหน่วย สามารถสกัดจับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ หลังสืบทราบว่าเป็นกลุ่มชาวลาวที่ข้ามแดนทางจังหวัดมุกดาหาร เข้ามาก่อเหตุโจรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเริ่มจากการที่ชาวบ้านร้องเรียนรถจักรยานยนต์หายไปถึง 3 คันในคืนเดียว เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแส ก่อนแกะรอยตามไปถึงชุมชนใกล้สี่แยกบ้านแขก เขตธนบุรี กระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยกำลังลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นรถ จึงติดตามสะกดรอยต่อเนื่องไปจนถึงถนนคู่ขนานพหลโยธิน อ.หนองแค จ.สระบุรี และสามารถสกัดจับได้พร้อมของกลางทั้งหมด ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i จำนวน 3 คัน ได้แก่ ทะเบียน 9ขล 1587 กรุงเทพมหานคร  ทะเบียน 1กว 7017 กรุงเทพมหานคร , ทะเบียน 1กด 4095 มุกดาหาร  รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ทะเบียน ผน 299 อุบลราชธานี และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ก่อเหตุหลักคือ นายบินล้า อายุ 19 ปี และนายสายฝน อายุ 20 ปี ทั้งคู่สัญชาติลาว มาจากแขวงสะหวันนะเขต โดยเพิ่งลักลอบเข้ามาทางจังหวั...

พิธีถวายใบตราตั้ง พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์คณะกรรมการบริหารกองการฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ ณ อาคารวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ (แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีมะเมีย)   “พิธีถวายใบตราตั้ง พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์คณะกรรมการบริหารกองการฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ ณ อาคารวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   เวลา ๑๓.๓๐ น.   “พระพรหมวัชรธีราจารย์ ศ.ดร.อธิการบดี มจร.เป็นประธานในพิธี เดินทางถึงปรัมพิธี จุดธูปเทียน กล่าวนำบูชาพระรัตนตรัย   “พระครูธรรมธรสัมพันธ์ ถิรธมฺโม เลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระ แห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายเครื่องสักการะ “ดร.แม่ชีณัฐญาวรรณ เปรมสกุล”ประธานมูลนิธิ โพธิวัณณา ถวายเครื่องสักการะ ศาสนพิธีกร สมาทานศีล   พระครูธรรมธรสัมพันธ์ ถิรธมฺโม เลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวถวายรายงาน “พระมหาภาธร อาภาธโร,ดร.”ผู้ช่วยเลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ขานรายนาม พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ คณะกรรมการบริหารกองการวิปัสสนาธุระฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ รับใบตราตั้ง ประธานในพิธีฯมอบใบตราตั้งและพัดรอง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ...

ด่วน...สุดยอดพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล “รุ่น นั่งเสือ” ณ วัดเกาะพันซาโพธิยาลัย อำเภอ ประจันตคาม จังหวัด ปราจีนบุรี

วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ วัดเกาะพันซา อำเภอ ประจันตคาม จังหวัด ปราจีนบุรี “พระอาจารย์ สมุห์ สำราญ รตนโชโต” ได้จัดทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล “รุ่น นั่งเสือ” ณ วัดเกาะพันซาโพธิยาลัย มีพระเจกิอาจารย์ หลายสำนัก ทั่งหมด ๘ รูป  ๑. พระอาจารย์ สมุห์สำราญ รตนโชโต วัดเกาะพันซาโพธิยาลัย ๒. พระครูสิงหธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเสือ) วัดดอนไผ่ใหญ่ (ดอนยายเผือก) จังหวัดสิงห์บุรี ๓. พระครูสุธรรมภาณ (พระอาจารย์แจ้) วัดน้อมประชาสรรค์ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ๔. พระครูภาวนาธรรมธารี (หลวงพ่อติ่ง) วัดป่ามะไฟ ๕. หลวงพ่อพระมหาธรรมญาณ (วัดยอดแก้ว) จังหวัด หนองคาย ๖. หลวงพ่อนพวรรณ คุณสาโร (วัดเสนานิมิต) จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ๗. หลวงพ่อส่วน ปริมฺตโต(วัดหนองค้า) จังหวัด ชลบุรี ๘. หลวงพ่อทอใส (วัดดงบัง) อำเภอ ประจันตคาม จังหวัด ปราจีนบุรี เวลา ๑๓.๐๐ น.เป็นเวลาอันเป็นมงคลเลิก “ พล.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง” ราชองครักษ์พิเศษ (อดีต รองผู้บังคับบัญชาทหารบก) เป็นประธาน ฝ่าย ฆราวาส จุดธูป เทียน / เทียนนวหรคุณ “หลวงพ่อเสือ” วัดดอนยายเผือน เจิม/จุดเทียนชัย พระสงฆ์สวดคาถาจุดเ...