ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ป.ป.ท. เรียกอดีตเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรวัดบางคลาน รับทราบข้อกล่าวหาปมทุจริตเงินวัด

เมื่อวันที่ 27 เมษายน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.ทีนัฐกนณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รักษาราชการแทน รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.  โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก.4 บก.ปปป. ได้เรียกตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) อ.โพทะเล จ.พิจิตร  นายพอ อดีตไวยาวัจกรวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน)  ผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหา "เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเอง หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 157 รวมถึง พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 172  คดีนี้สืบเนื่องจากความขัดแย้งในวัดบางคลานที่ยาวนานกว่า 11 ปี แม้ก่อนหน้านี้จะมีการกล่าวหาว่าเงินวัดหายไป 54 ล้านบาท แต่ศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้วเนื่องจากเงินวัดยังอยู่ครบ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการใช้เงินวัดกว่า 9 ล้านบาทไปกับการจ้างทนายความในช่วงที่ผ่านมา  ในปี 2566 ชาวบ้านพบโพยระบุการแบ่งผลประโยชน์ให้เจ้าอาวาสและไวยาวัจกร เป็นเงินประมาณ 2.5 ล้านบาท นำไปสู่การสืบสวนเชิงลึกโดย บก.ปปป ปลายปี 2565 นายรักษ์ เซียนพระชื่อดัง ได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อเงินรุ่นย้อนยุคประวัติศาสตร์ เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างศาลาทรงไทย ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 2566 ได้มอบพระส่วนหนึ่งให้วัดไปจัดจำหน่าย ซึ่งหากจำหน่ายหมดวัดควรจะมีรายได้ราว 9 ล้านบาท  การสืบสวนพบว่า นายมานะ ตัวแทนจำหน่ายวัตถุมงคลได้โอนเงินรายได้ให้แก่เจ้าอาวาสและไวยาวัจกรแล้ว แต่เงินจำนวนนี้กลับไม่ได้ถูกลงบันทึกในบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด  ผู้ต้องหาพยายามปกปิดโดยอ้างว่านำเงินไปซื้อที่ดินเพิ่ม แต่ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายที่ดินจริงเพียง 190,000 บาทเท่านั้น ทำให้เงินหายไปหลายล้านบาท นอกจากนี้ยังพบการใช้บัญชีบุคคลอื่นและการใช้มูลนิธิหลวงพ่อเงินเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทุกรายยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมาย ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบเท่าที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด



ทีมข่าว พิจิตร รายงาน


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหยี่ยวข่าวพญายม 915ศูนย์ข่าวภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือออนไลน์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับกษัตริย์เจ้า สุลต่าน ตวนกูกองต้า เมดาล คณะผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26–30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมี  นายอ้ซมิน อาแว  ได้ให้การต้อนรับ  กษัตริย์เจ้า สุลต่านตวนกู กองต้า เมดาล พร้อมด้วยพระราชินี พระโอรส และพระญาติเจ้า ท่านพ่อนาซา MEJ (K) DATO SRI DRAB NASIR MOHD NOOR  มาเลเซีย ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรม ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ของสถาบัน ในการนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชม ผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิผลิตภัณฑ์ด้าน อัมพัน ทะเลชีวภาพและเครื่องสำอาง จากทรัพยากร ทางทะเล รวมถึงโครงการ วิจัยเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ของประเทศโอกาสดังกล่าว มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับและประสานงาน รวมถึง DATO Nagon  ท่าน นกรณ์  สุคนธชาติ น.ส ศุภาดา อมลร์ศมิ์ ผู้ประสานงาน ไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย นาย พงศ์วิสิฐ ศรีบุญไทย ดาโต๊ะ เด่น คร.ข...

ปิดเกม แก๊งลาวสะหวันนะเขต อาละวาด กทม สมุทรปราการ ขโมยเวฟ 110 ข้ามแดนผ่านมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ สนธิกำลังร่วมหลายหน่วย สามารถสกัดจับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ หลังสืบทราบว่าเป็นกลุ่มชาวลาวที่ข้ามแดนทางจังหวัดมุกดาหาร เข้ามาก่อเหตุโจรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเริ่มจากการที่ชาวบ้านร้องเรียนรถจักรยานยนต์หายไปถึง 3 คันในคืนเดียว เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแส ก่อนแกะรอยตามไปถึงชุมชนใกล้สี่แยกบ้านแขก เขตธนบุรี กระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยกำลังลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นรถ จึงติดตามสะกดรอยต่อเนื่องไปจนถึงถนนคู่ขนานพหลโยธิน อ.หนองแค จ.สระบุรี และสามารถสกัดจับได้พร้อมของกลางทั้งหมด ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i จำนวน 3 คัน ได้แก่ ทะเบียน 9ขล 1587 กรุงเทพมหานคร  ทะเบียน 1กว 7017 กรุงเทพมหานคร , ทะเบียน 1กด 4095 มุกดาหาร  รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ทะเบียน ผน 299 อุบลราชธานี และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ก่อเหตุหลักคือ นายบินล้า อายุ 19 ปี และนายสายฝน อายุ 20 ปี ทั้งคู่สัญชาติลาว มาจากแขวงสะหวันนะเขต โดยเพิ่งลักลอบเข้ามาทางจังหวั...