ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นกัญชาเสรีกับร่างกฎหมายกัญชายังไม่จบ “อลงกรณ์”ติง”อนุทิน”อย่าหลงประเด็นมองผิดเป็นเรื่องการเมือง แนะเร่งปรับปรุงกฎหมายกัญชาปิดช่องโหว่หวั่นเยาวชนเสพสูบเสรี


ประเด็นกัญชาเสรีกับร่างกฎหมายกัญชายังไม่จบ “อลงกรณ์”ติง”อนุทิน”อย่าหลงประเด็นมองผิดเป็นเรื่องการเมือง แนะเร่งปรับปรุงกฎหมายกัญชาปิดช่องโหว่หวั่นเยาวชนเสพสูบเสรี 

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เขียนบทความโพสต์ในเฟสบุ๊ควันนี้  เรื่อง”กัญชาเสรีกับร่างกฎหมายกัญชา “จาก”อลงกรณ์”ถึง”อนุทิน”

ตอนจบ“ผิดที่2 -มองผิด ” ซึ่งเป็นตอนที่2ต่อจากตอนแรกเรื่อง“กัญชาเสรี..ไม่กลัวดัง แต่กลัวดับ “ ประเด็น”อนุทิน”กับ”อลงกรณ์”  โดยเขียนไว้ดังนี้    เรื่อง”กัญชาเสรีกับร่างกฎหมายกัญชา”

จาก”อลงกรณ์”ถึง”อนุทิน”  ตอนจบ“ผิดที่2 -มองผิด”  หลังจากพี่หนู อนุทิน ชาญวีรกุล ไปปราศรัยที่ขอนแก่นว่า .. ..”..ถูกขัดขา  เพราะเขากลัวพรรคดังเกินไป เขาจึงดึงเอาไว้…” กรณีสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ.นำร่างพรบ.กัญชากลับไปทบทวนก่อนนำกลับมาเสนอวาระที่2และ3อีกครั้ง

ผมจึงเขียนเรื่อง”ไม่กลัวดังแต่กลัวดับ”เพื่อทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่เรื่องขัดขาแต่เป็นเพราะสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเสพสูบกัญชาของนักเรียนนักศึกษาเยาวชนที่อนาคตจะดับหากกฎหมายไม่รัดกุมพอ พูดง่ายๆคือ ไม่กลัวดังแต่กลัวดับ (อนาคตของชาติ) และยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมีจุดยืนตรงกันคือ สนับสนุนกัญชาเสรีทางการแพทย์เพื่อสุขภาพเพราะเป็นสมุนไพรยาไทย จึงไม่ควรเข้าใจผิดเพื่อนๆที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่าไปขัดแข้งขัดขา  นี่คือข้อเขียนที่เรียกว่าเป็น  “ผิดแรก”คือ”เข้าใจเพื่อนผิด”

ส่วน “ผิดที่2” คือ เรื่อง “มองผิดว่าเป็นเรื่องการเมือง”   ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเมื่อ 14 ก.ย.ให้ถอนร่างพรบ.กัญชาฯ.ส่งกลับไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ.นำไปปรับปรุงก่อนเสนอกลับมาให้สภาฯพิจารณาในวาระ2และ3อีกครั้ง ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญญาสูญญากาศทางกฎหมายแต่อย่างใด เพราะพี่หนูพูดเองยืนยันเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วยคนหนึ่ง  พี่หนูยืนยันด้วยตัวเองภายหลังสภาฯ.มีมติให้ถอนร่างกฎหมายกัญชาเมื่อ 20 ก.ย.ว่า”…ทุกวันนี้ยังไม่มีอะไรที่นอกเหนือการควบคุมหรือมีปัญหาใดๆ ที่ก่อความเสียหายต่อภาพรวม  ประกาศ สธ.ทุกฉบับที่ออกมาก็ครอบคลุมและเข้มกว่าร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ อยู่แล้ว ..”

นอกจากนี้คุณไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังแถลงย้ำว่า”…“แม้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ยังคงต้องอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา กฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ก็จะควบคุมการใช้กัญชา-กัญชง ไปจนกว่า พ.ร.บ. ฉบับสมบูรณ์จะออกมาบังคับใช้ หรือหากมีกรณีใดที่มีความจำเป็นต้องออกกฎหมายมารองรับ ก็มีคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพืชกัญชาและกัญชง ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน สามารถพิจารณาออกประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ มาดูแลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมเพิ่มเติมได้” สาธารณชน และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ.คงจะสบายใจได้แล้วนะครับ ไม่เชื่อพี่หนูแล้วจะเชื่อใคร  การที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้นำร่างกฎหมายกัญชากลับไปทบทวนเป็นปัญหาการบริหารจัดการ ไม่ใช่เรื่องการเมือง บางครั้งความรีบร้อนเร่งรัดกลับเป็นสาเหตุของความล่าช้าเพราะขาดความรอบคอบเหมือนขับรถเร็วแหกโค้งทั้งที่รู้ว่าเป็นโค้งอันตราย

ขนาดสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ในวาระที่1ด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาดซึ่งปกติการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ2และ3เกือบร้อยทั้งร้อยฉบับจะให้ความเห็นชอบแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น แล้วจะโทษใครกัน ขอเพิ่มเติมข้อสังเกตส่วนตัวในฐานะเคยเป็นอดีต ส.ส. เคยเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายหลายฉบับและเคยอยู่ในคณะรัฐมนตรีที่เป็นผู้เสนอกฎหมายว่า การที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ.ไปเขียนเพิ่มเติมบทบัญญัติของร่างกฎหมายกัญชาที่รับหลักการวาระที่1 จาก45มาตราแล้วไปแปรญัตติเพิ่มเป็น96มาตรานั้นในทางกระบวนการนิติบัญญัติย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะถูกทักท้วงอย่างรุนแรงหรือไม่ยอมรับจากสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น อย่าชี้นิ้วไปโทษคนอื่น มิฉะนั้นจะมองไม่เห็นปัญหาในสาระสำคัญที่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ถอนร่างกลับไปทบทวนใหม่ 

    ควรนำเหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตในสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชนและฝ่ายต่างๆไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เช่นทำอย่างไรจะแก้โจทย์ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมองว่า ร่างพรบ.ที่คณะกรรมาธิการฯ.เสนอมานั้นไปส่งเสริมการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเพราะไม่มีบทบัญญัติใดที่จะควบคุมให้มั่นใจว่าเด็กเยาวชนลูกหลานของเราจะไม่นำมาใช้เสพสูบกัญชาจนเสียอนาคตและส่งผลเสียต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมในวงกว้าง เพราะบทบัญญัติห้ามบริโภคและห้ามขายคนอายุต่ำกว่า20ปียังไม่ตอบโจทย์เพียงพอ

      ยกตัวอย่างชัดๆกรณีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแถลงคัดค้านชี้ประเด็นปัญหาว่า”…. ปรากฏว่าในชั้น กมธ.มีการปรับแก้อย่างมาก ซึ่งไม่ตอบโจทย์ว่าจะควบคุมเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นห่วงได้อย่างไร โดยเฉพาะการนำกัญชามาใช้ทางสันทนาการ พรรค พท.จึงมีมติว่าจะไม่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในวาระ 2-3 ..”  รวมทั้งข้อมูลรายงานและความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เช่น  นพ.ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและการแพทย์ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารับการบำบัดมากที่สุดคือ ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาและมีอาการทางจิตรุนแรง เพราะผู้ที่สูบกัญชากว่าจะแสดงอาการรุนแรงใช้ระยะเวลานานกว่ายาบ้าหรือไอซ์ จึงเข้าสู่กระบวนการบำบัดช้ากว่าที่ควรจะเป็น จะเป็นอาการหลอน หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง และทำร้ายผู้อื่น ข้อมูลปี 2563 มีผู้ป่วยจิตเวชจากกัญชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และข้อมูลปี 2564 จนถึงปัจจุบันเพิ่มเป็นร้อยละ 28 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กัญชาเป็นสารเสพติดที่ต้องเฝ้าระวัง อนาคตจะก่อความรุนแรงในสังคม ปัจจุบันพบว่ากัญชาหาซื้อได้ตามแหล่งโซเชียล

   รายงานจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กจากการใช้กัญชา แบ่งเป็นผลกระทบระยะสั้น สำหรับผลในระยะยาวหากมีการใช้ต่อเนื่องยาวนานหรือใช้ในปริมาณมาก การศึกษาต่างประเทศพบว่าส่งผลต่อไอคิวเด็กลดลงถึง 6 จุด หรือเรียกง่าย ๆ ว่า สมองพัง โง่ลง และยังมีผลกระทบระยะยาวว่า เด็กไม่ไปเรียน ออกจากโรงเรียน เรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ มีปัญหาทางพฤติกรรม

  World Drug Report 2022 ของ UNODC ปี 2565(ค.ศ.2022)พบว่า ประเทศที่มีนโยบายหรือกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ จะส่งผลเสียต่อระบบบริการสาธารณสุข ความปลอดภัยของประชาชน หลักนิติธรรม คดีอาชญากรรม อุบัติเหตุ การค้ากัญชาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน

  ศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยแสดงความวิตกกังวลต่อเรื่องร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวว่าจะเกิดผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน อีกทั้ง ในช่วงที่ผ่านมาภายหลังมีการประกาศปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดแล้ว มีสถานการณ์ที่มีผลกระทบจากผู้เสพยาเสพติด จนกระทั่งป่วยถึงจิตเวชได้ทำร้ายพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ทำให้พ่อแม่ ครู อาจารย์หรือองค์การศึกษาต่าง ๆ มีความวิตกกังวล   สรุปสั้นๆคือเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.มีความหละหลวม อาจเกิดการเสพกัญชา เพื่อนันทนาการมากกว่าทางการแพทย์เป็ยภัยต่อเยาวชน ครอบครัวและสังคม  อย่าเข้าใจผิดเพื่อนและมองผิดคิดว่าเป็นเรื่องการเมืองจนหลงประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของปัญหาในตัวร่างกฎหมายกัญชา เร่งปรับปรุงใหม่แล้วรีบเสนอกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร  ก็หวังว่า พี่หนูจะเข้าใจเจตนาที่เขียนมาถึงด้วยความห่วงใยนะครับ.




พี่จ้อน อลงกรณ์ พลบุตร 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เหยี่ยวข่าวพญายม 915ศูนย์ข่าวภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือออนไลน์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับกษัตริย์เจ้า สุลต่าน ตวนกูกองต้า เมดาล คณะผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26–30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมี  นายอ้ซมิน อาแว  ได้ให้การต้อนรับ  กษัตริย์เจ้า สุลต่านตวนกู กองต้า เมดาล พร้อมด้วยพระราชินี พระโอรส และพระญาติเจ้า ท่านพ่อนาซา MEJ (K) DATO SRI DRAB NASIR MOHD NOOR  มาเลเซีย ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรม ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ของสถาบัน ในการนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชม ผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิผลิตภัณฑ์ด้าน อัมพัน ทะเลชีวภาพและเครื่องสำอาง จากทรัพยากร ทางทะเล รวมถึงโครงการ วิจัยเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ของประเทศโอกาสดังกล่าว มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับและประสานงาน รวมถึง DATO Nagon  ท่าน นกรณ์  สุคนธชาติ น.ส ศุภาดา อมลร์ศมิ์ ผู้ประสานงาน ไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย นาย พงศ์วิสิฐ ศรีบุญไทย ดาโต๊ะ เด่น คร.ข...

ปิดเกม แก๊งลาวสะหวันนะเขต อาละวาด กทม สมุทรปราการ ขโมยเวฟ 110 ข้ามแดนผ่านมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ สนธิกำลังร่วมหลายหน่วย สามารถสกัดจับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์รายใหญ่ หลังสืบทราบว่าเป็นกลุ่มชาวลาวที่ข้ามแดนทางจังหวัดมุกดาหาร เข้ามาก่อเหตุโจรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเริ่มจากการที่ชาวบ้านร้องเรียนรถจักรยานยนต์หายไปถึง 3 คันในคืนเดียว เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแส ก่อนแกะรอยตามไปถึงชุมชนใกล้สี่แยกบ้านแขก เขตธนบุรี กระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยกำลังลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นรถ จึงติดตามสะกดรอยต่อเนื่องไปจนถึงถนนคู่ขนานพหลโยธิน อ.หนองแค จ.สระบุรี และสามารถสกัดจับได้พร้อมของกลางทั้งหมด ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i จำนวน 3 คัน ได้แก่ ทะเบียน 9ขล 1587 กรุงเทพมหานคร  ทะเบียน 1กว 7017 กรุงเทพมหานคร , ทะเบียน 1กด 4095 มุกดาหาร  รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ทะเบียน ผน 299 อุบลราชธานี และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ก่อเหตุหลักคือ นายบินล้า อายุ 19 ปี และนายสายฝน อายุ 20 ปี ทั้งคู่สัญชาติลาว มาจากแขวงสะหวันนะเขต โดยเพิ่งลักลอบเข้ามาทางจังหวั...
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ป.ป.ท. เรียกอดีตเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรวัดบางคลาน รับทราบข้อกล่าวหาปมทุจริตเงินวัด เมื่อวันที่ 27 เมษายน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.  ได้สั่งการให้  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.ทีนัฐกนณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รักษาราชการแทน รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.  โดยในวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก.4 บก.ปปป.  ได้เรียกตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่ อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม (วัดบางคลาน) อ.โพทะเล จ.พิจิตร  นายพอ อดีตไวยาวัจกรวัดหิรัญญาราม (วัดบ...